2nd benefit

2nd benefit

  • หน้าแรก

ผู้บริโภคยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม ๓ ค่ายมือถือ เรียกค่าชดเชย ๒.๒ หมื่นลบ.จากการคิดค่าโทรแบบปัดเศษ

610606 newsitเครือข่ายผู้บริโภคยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม ๓ ค่ายมือถือดัง เรียกค่าเสียหายไม่น้อยกว่า ๒.๒ หมื่นล้านบาท เพื่อให้จ่ายให้แก่ผู้ใช้มือถือทุกคนกว่า ๙๐ ล้านเลขหมายในประเทศไทย

ผู้บริโภคฉะ กสทช. แก้ปัญหา SMS ไม่ได้โยนภาระให้ผู้บริโภค ย้ำ บังคับใช้ประกาศ กสทช.

610419 news

ผู้บริโภคฉะ กสทช. แก้ปัญหา SMS ไม่ได้โยนภาระให้ผู้บริโภค  ย้ำ บังคับใช้ประกาศ กสทช. การโทรศัพท์หรือส่งข้อความโฆษณา  ก่อความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้บริโภค ปรับไม่เกินห้าล้านบาท และหากฝ่าฝืนให้คณะกรรมการปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 100,000 บาท

องค์กรผู้บริโภค ร่วมค้านร่าง ก.ม.ตีทะเบียนสื่อ คล้ายจับต้อนเข้าคอก ขีดเส้นการมีส่วนร่วมของ ปชช.

press banner 02052560

 

แถลงการณ์องค์กรผู้บริโภค

องค์กรผู้บริโภคคัดค้านคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ ที่ขาดความจริงใจ ในการปฏิรูปสื่อ ด้วยการออกร่างพ.ร.บ.ที่ต้อนสื่อเข้าคอก ให้มีเจ้าหน้าที่กำกับ และไม่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน

     แม้สภาปฏิรูปยอมถอนการทำบัตรสื่อมวลชนและบทลงโทษในร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน เมื่อสื่อและสังคมกดดัน แต่ยังคงยืนยันตำแหน่งปลัดกระทรวงอยู่ถึงสองที่นั่ง และยังคงโทษปรับอยู่ ซึ่งแสดงเจตนาชัดเจนว่าสภาปฏิรูปสื่อนี้ มิได้มีเจตนาและความจริงใจที่จะส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของสื่อ ตลอดจนการคุ้มครองสื่อมวลชนและส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพ ในทางตรงกันข้าม ยังมีเจตนาในการคุกคามสื่อ

     การลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อนั้น คือ การลิดรอนสิทธิเสรีภาพการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ซึ่งสิทธิเสรีภาพทั้งสองประการนี้ถือเป็นหลักการใหญ่ที่ต้องคงรักษาไว้ในสังคมประชาธิปไตย

     ในรายงานเรื่อง "การปฏิรูปการสื่อมวลชน" ที่คณะกรรมาธิการเสนอเข้าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อประกอบ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนนั้น มุ่งเน้นแต่กลไกการกำกับดูแลสภาวิชาชีพสื่อในต่างประเทศ โดยละเลยปัจจัยที่สำคัญที่สุด ว่าการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนั้น คือความเข้มแข็งของภาคประชาชนที่มีส่วนได้เสียโดยตรงจากผลกระทบของสื่อ

     ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้วทั่วโลกได้พิสูจน์ว่าการทำงานร่วมกันระหว่างสื่อมวลชนกับกลุ่มประชาชนเท่านั้นที่จะสามารถบรรลุเจตนา "คุ้มครองเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน" โดยมีภาครัฐสนับสนุน และเอื้ออำนวยกลไกต่างๆ เพื่อกำกับวิชาชีพนี้ให้มีเสรีภาพอย่างแท้จริง ปราศจากการครอบงำโดยรัฐ การเมือง และกลุ่มทุน และสร้างกลไกที่เอื้ออำนวยกับการสร้างศักยภาพให้กับประชาชนทั่วประเทศในการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสามารถกำกับดูแล และปกป้องสิทธิเสรีภาพสื่อเช่นกัน

     อนึ่ง แม้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เน้นเจตนาคุมสื่อและลิดรอนสิทธิประชาชน แต่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปเสียงข้างมาก ได้รับรองร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ 

     องค์กรผู้บริโภคจึงขอคัดค้านการกระทำของสภาขับเคลื่อนเสียงข้างมาก ที่ไม่รักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์สาธารณะในการปกครองแบบประชาธิปไตย

จึงขอเรียกร้องให้

1) ยกเลิกร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยเร็วที่สุด
2) ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่สร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ยกเว้นการกำกับดูแลจากภาครัฐหรือตัวแทนภาครัฐ
3) ให้ส่งเสริมศักยภาพประชาชนในการเป็นพลเมืองที่รู้เท่าทันสื่อและปกป้องสิทธิเสรีการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน (คอบช.) สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค (สอบ.) และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ขอประกาศว่าจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมใดๆ กับสภาวิชาชีพสื่อ ตามร่างพ.ร.บ.นี้ หากสภาปฏิรูปยังคงยืนยันเนื้อหาที่นำไปสู่การลิดรอนสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน

2 พฤษภาคม 2560

เตือนค่ายมือถืออย่ามั่ว แค่ให้เลิกปัดเศษ ทำไมต้องรื้อแพ็กเกจ

mobile
จากกรณีการออกมาเปิดเผยของผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือว่าหากคิดค่าโทรเป็นวินาทีนั้นผู้บริโภคส่วนใหญ่จะได้ไม่คุ้มเสีย ต้องหาผู้รับผิดชอบกรณีนี้ แต่พร้อมที่จะปฏิบัติตามมติของที่ประชุม กทค. ซึ่งพรุ่งนี้ (11 ม.ค.60 ) จะมีการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) มีวาระการขอทบทวนมติ กทค. เดิม (มติครั้งที่ 10/2559) ที่ให้ค่ายมือถือที่ใช้คลื่น 1800 และ 900 MHz "คิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นวินาทีทุกรายการส่งเสริมการขาย" โดยให้ยกเลิกมติเดิมตามข้อเรียกร้องของค่ายมือถือ ซึ่งมีการอ้างเหตุผลว่า การคิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นวินาทีจะทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าโทรศัพท์แพงขึ้น

ภาคประชาชนไม่ยอมรับร่าง พ.ร.บ.กสทช. ชี้นำมาสู่การแย่งชิงทรัพยากรของชาติที่ประชาชนเป็นเจ้าของ

590804 news

เครือข่ายสื่อภาคประชาชนและองค์กร แสดงจุดยืนไม่ยอมรับร่าง พ.ร.บ.กสทช. ชี้เป็นร่างที่นำมาสู่การแย่งชิงทรัพยากรของชาติ และทำลายหลักการความเป็นองค์กรอิสระเพื่อกการปฏิรูปสื่อ เสนอให้มีตัวแทนผู้บริโภค สิทธิเสรีภาพ ในกรรมการ ลดบทบาทคณะกรรมการดิจิทัลฯ

วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เครือข่ายสื่อภาคประชาชนและองค์กรผู้บริโภค จัดแถลงข่าวข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.กสทช. ซึ่งทางเครือข่ายฯ มองว่าเป็นการมอบอำนาจให้คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อำนาจควบคุมกำกับดูแล กสทช. ตั้งแต่กระบวนการสรรหาไปจนถึงการวินิจฉัยชี้ขาดกรณีมีปัญหากับการดำเนินการระหว่าง กสทช. กับ แผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถือว่าเป็นการครอบงำองค์กรอิสระและเป็นการแทรกแซง กสทช.

นางสาวสุวรรณา จิตประภัสสร์ กรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) และตัวแทนจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.กสทชว่า ฉบับนี้มีการกำหนดให้ใช้อำนาจควบคุมไปกับคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล เป็นการให้อำนาจที่เปิดทางให้ครอบงำองค์การอิสระและเป็นการแทรกแซงกิจการของรัฐ

“ อะไรก็ตามแต่ถ้ากลับเข้าไปสู่ศูนย์รวม ถ้าไม่มีการกระจายอำนาจประชาชนและนักธุรกิจขนาดกลาง ที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการ จะติดขัดเมื่อคลื่นความถี่กลับเข้าไปในระบบรัฐเพียงอย่างเดียว ร่างฉบับนี้อยู่ในคณะกรรมาธิการพิจารณาวิสามัญ แต่ในประชามติที่กำลังเกิดขึ้นถ้าผ่านจะมีการเขียนร่างใหม่ทั้งหมด จะผ่านหรือไม่ผ่านคลื่นความถี่ก็เป็นของรัฐอยู่ดี” นางสาวสุวรรณากล่าว

นายวิชาญ อุ่นอก เลขาธิการสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.กสทช. ตัวใหม่คิดว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับวิทยุชุมชน ตั้งแต่กระบวนการสรรหา เมื่อก่อนมีสัดส่วนของตัวแทนชุมชนแต่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็โดนตัดไปซึ่งร่างตัวใหม่ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ชุมชนโดยแท้จริง

“ปัจจุบันมีคลื่นวิทยุ 4,000 สถานี มีวิทยุชุมชนมีเพียง 200-300 สถานี การคืนคลื่นเมื่อกลับมาจัดสรรใหม่ ตอนนี้ชุมชนใช้คลื่นชั่วคราวมากว่า 10 ปี ซึ่งมีการทับซ้อนการใช้คลื่นและมีสัญญาณว่าภายใน พ.ร.บ.กสทช. จะจัดสรรให้ ถ้าร่าง พ.ร.บ. ตัวใหม่เกิดขึ้น ถ้าคลื่นเก่ามีความจำเป็นต้องใช้ก็จะสามารถให้ใช้ต่อไปได้” นายวิชาญกล่าว

ในประการสำคัญ การลดอำนาจคณะกรรมการตรวจสอบและกำกับการปฏิบัติงานของ กสทช. ให้เป็นเพียงคณะกรรมการกำกับการประเมินการปฏิบัติงาน กสทช. เท่ากับเป็นการปิดช่องทางการตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของคณะกรรมการ กสทช. และตกอยู่ในสถานะเป็นเพียงกลไกตรวจสอบภายในเท่านั้น อาจทำให้องค์กรนี้ยิ่งเป็นองค์กรที่ขาดความโปร่งใส และขาดธรรมาภิบาลมากขึ้น

อนึ่งทางเครือข่ายภาคประชาชนมีข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้คือ

1. ให้นำกระบวนการสรรหาที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. กสทช.ปี 2553 กลับมาใช้เพื่อเป็นหลักประกัน การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่เป็นเจ้าของคลื่นความถี่

2. ให้กำหนดตัวแทนด้านคุ้มครองผู้บริโภคให้ชัดเจนว่าเป็นหนึ่งในกรรมการชุดนี้ และกำหนดคุณสมบัติกรรมการด้านผู้บริโภคต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ กำหนดจำนวนปีของประสบการณ์การทำงาน ให้เท่าๆ กับผู้สมัครกรรมการด้านอื่น

3. ให้กำหนดตัวแทนกรรมการด้านสิทธิเสรีภาพ เป็นหนึ่งในกรรมการชุดนี้ เพื่อรับประกันสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรคลื่นของประชาชนอย่างทั่วถึง

4. ให้กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับการประเมินเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ของ กสทช. ตามเดิม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความโปร่งใสขององค์กร และให้คงข้อกำหนดเรื่องเปิดเผยรายงานตรวจสอบของ กตป. ไว้อย่างเดิมด้วย

5. ให้เพิ่มกรรมการ กตป. ที่เชี่ยวชาญด้านคุ้มครองผู้บริโภคและด้านสิทธิเสรีภาพในคณะกรรมการตรวจสอบฯ เพื่อถ่วงดุลการบริหารงานของ กสทช.

6. ให้ลดบทบาทคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในการกำกับดูแล กสทช. ให้มีความเท่าเทียมกันและมีความร่วมมือในการทำงานในระดับเดียวกันเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

7. ให้ประเด็นเรื่องการจ่ายค่าชดเชยในการเรียกคืนคลื่นความถี่ฯ ออกไป และให้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายปี ๒๕๕๓ กล่าวคือ เรียกคืนคลื่นความถี่ทั้งหมดเพื่อนำมาจัดสรรใหม่อย่างเป็นธรรม

8. ให้ตัดประเด็นการนำเงินกองทุนไปลงทุน เพราะกองทุนมีวัตถุประสงค์ต่างๆ ชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องการทำบริการอย่างทั่วถึงทั้งด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ในการคุ้มครองผู้บริโภค การเสริมความเข้มแข็งประชาชน เรื่องการเท่าทันสื่อและเทคโนโลยีสื่อสาร ร่าง พ.ร.บ. นี้ต้องพึงเคารพจุดประสงค์หลักของกองทุนที่กำหนดให้นำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะและช่วยเหลือคนด้อยโอกาสทั่วไป

9. ให้กำหนดว่าอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ได้มาตามมาตรา 31 ของ พ.ร.บ.กสทช.ปี 2553

ให้มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องร้องเรียน มิใช่มีเพียงแค่พิจารณากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคเท่านั้น เพื่อประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง

ภาพและข่าวโดย เบญจมาศ ลาวงค์

คอบช. เผยทีวีดิจิทัลโฆษณาเกินเวลา แนะกสทช.คุมเข้ม

581022001 AdTV
คอบช.ร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภค เผยพบโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเครื่องสำอางผิดกฎหมายจำนวนมาก พบหลายช่องโฆษณาเกินเวลา พร้อมจี้กสทช.กำหนดโฆษณาทั้งในและนอกรายการไม่เกิน 12.30 นาที

เนื้อหาอื่นๆ...