Black Ribbon

2nd benefit

2nd benefit

เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคภาคอีสาน ร่วมกิจกรรมสนับสนุนการแบนสารพิษ

nongbualamphu001

วันนี้ (19 ก.ย.60) หน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นฯ อ.นากลากลาง และเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกิจกรรมรวมพลังสนับสนุนการแบนสารพิษ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ณ ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู

nongbualamphu002

nongbualamphu003

 

 จังหวัดขอนแก่น

khonkaen003

khonkaen002

khonkaen004

 

จังหวัดยโสธร

yasothorn001

yasothorn002

 

จังหวัดมหาสารคาม

mahasarakham001

mahasarakham002

mahasarakham003

mahasarakham004

mahasarakham005

พิมพ์ อีเมล

เครือข่าย ปชช.ชาวกาฬสินธุ์ ยื่นหนังสือถึงนายกฯตู่ วอนยุติกระบวนการแก้ไข ก.ม.บัตรทอง

press pic 18072017-001

วันนี้ (18 ก.ค.60) เวลา 11.10 น. ณ ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน (เครือข่ายผู้หญิง) จ.กาฬสินธุ์ ผู้แทนเครือข่ายเยาวชนและผู้แทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี จ.กาฬสินธุ์ นำโดย นายทรัพย์สุริยา อุทโท ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องขอให้ยุติกระบวนการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีนายมงคล อดทน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์และหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ รับหนังสือพร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเนื้อหาที่ประชาชนจะเสียประโยชน์จากการแก้ไข พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พศ.๒๔๕๔ หรือกฎหมายบัตรทอง


         นายทรัพย์สุริยา อุทโท ผู้แทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า วันนี้ตนเองได้รับมอบหมายจากเครือข่ายให้มายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี กรณีให้ยุติกระบวนการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ติดตามกระบวนการแก้ไขกฎหมายเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน อีกทั้ง 15 ปีที่ผ่านมาของการใช้กฎหมายดังกล่าวประชาชนได้รับประโยชน์โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ยาที่เคยมีปัญหาอุปสรรคการเข้าถึงยาเพราะราคาแพง เมื่อ สปสช.จัดซื้อยาทำให้กลุ่มตนเข้าถึงยา สามารถลดปัญหาโรคแทรกซ้อน การเสียชีวิต เมื่อเนื้อหาการแก้ไขโดยรวมแล้วทำลายเจตนารมณ์ระบบหลักประกันสุขภาพที่คุณหมอสงวน นิตยารัมย์พงศ์ เป็นผู้บุกเบิก เช่น สัดส่วนคณะกรรมการที่เพิ่มกลุ่มผู้แทนผู้ให้บริการมากกว่าผู้แทนภาคประชาชน จะกลายเป็นคณะกรรมการของหน่วยบริการโน้มเอียงที่จะปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตนมากกว่าประโยชน์ของประชาชน

         ส่วนในเรื่องการให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดซื้อยาแทน สปสช.ย่อมมองไม่เห็นหลักประกันว่ากลุ่มผู้ป่วยจะเข้าถึงยาและยาที่ใช้รักษาโรคที่พบไม่บ่อยที่เรียก กันว่ายากำพร้า ยิ่งเคยมีกรณีการทุจริตซื้อยาในกระทรวงสาธารณสุข 1,400 ล้านบาท ยิ่งหมดหวัง หากกระบวนการแก้ไขกฎหมายแย่ยิ่งกว่าเดิม ทางกลุ่มตนพร้อมที่จะเคลื่อนไหวอย่างถึงที่สุดเพราะเป็นเรื่องของชีวิต ย่อมเดิมพันกันด้วยชีวิต นายทรัพย์สุริยากล่าว


         ด้าน นางเยาวรัตน์ ไชยหอม ผู้ทำงานกับกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายบัตร ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบกับคนชนบทเป็นอย่างมาก เพราะดูจากเนื้อหาหลักๆ แล้ว ไม่มีหลักประกันใดๆ ให้ประชาชน เช่น เรื่องของการจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มว่าประชาชนจะต้องร่วมจ่ายมากขึ้น เป็นภาระของประชาชนที่อาจต้องขายทรัพย์สินที่มีอยู่เพื่อนำมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการขาดแคลนหมอที่จะส่งผลให้หมอย้ายไปอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หรือเมืองที่เจริญแล้ว

         ซึ่งหากแก้แล้วแย่จริงๆ ทางเครือข่ายของตนก็พร้อมที่จะเคลื่อนไหวให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องและสืบสานเจตนารมณ์ระบบหลักประกันสุขภาพที่คุณหมอสงวน นิตยารัมย์พงศ์ เป็นผู้ริเริ่มต่อไป นางเยาวรัตน์กล่าว

(นายศตคุณ คนไว : ศูนย์ข่าวผู้บริโภคภาคอีสาน)

พิมพ์ อีเมล

หยุด! แก้ ก.ม.บัตรทอง รัฐต้องคุ้มครองสิทธิพื้นฐานการรักษาพยาบาลของ ปชช.

600714 news2

แถลงการณ์เครือข่ายซาวอีสานซอมเบิ่งบัตรทอง

หยุด ! แก้กฎหมายบัตรทอง รัฐต้องคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานการรักษาพยาบาลของประชาชน

          ตามที่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 37/2559 ตามอำนาจมาตรา 44 ระบุให้มีการแก้ไขการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 และต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ 10/2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้มีการแก้ไข ปรับปรุง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545

          ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายฯ ได้จัดตั้งอนุกรรมการจัดประชาพิจารณ์ 4 ภูมิภาค ซึ่งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปทุกภูมิภาค ภายในระยะเวลาเพียง 21 วัน และกระบวนการจัดทำประชาพิจารณ์ดังกล่าวก็ถูกคัดค้านจากประชาชนทั้งประเทศ เพราะเห็นว่าการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ ไม่มีความชอบธรรมและละเมิดหลักการการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงแสดงออกซึ่งการคัดค้านมีทั้งการวอล์คเอ้าท์ การจัดเวทีคู่ขนาน และการล้มเวทีประชาพิจารณ์ แต่คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายฯ ยังเพิกเฉยความต้องการของประชาชน เดินหน้ากระบวนการรับฟังจนสิ้นสุด เพราะกลุ่มที่ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ มีเจตนาเพื่อล้มหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประชาชน

          โดยในวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายฯ ได้ประชุมพิจารณาร่างกฎหมาย โดยไม่ได้ฟังเสียงคัดค้านของประชาชนทั่วประเทศ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นจอมปลอม ที่จัดขึ้นเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อแอบอ้างว่ามีการรับฟังเสียงของประชาชาชน ทั้งที่กระบวนการดังกล่าวนั้นไม่มีความยึดโยงกับประชาชน ประชาชนไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

จากกระบวนการแก้ไขกฎหมายที่ไม่ชอบธรรมดังกล่าว ทางเครือข่ายซาวอีสานซอมเบิ่งบัตรทอง จึงมีข้อเรียกร้องและขอประกาศจุดยืน ต่อการ แก้ไข พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดังนี้

1. ให้รัฐบาลยกเลิกการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 และยุติกระบวนการใดๆ ที่จะนำไปสู่การแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ภายใต้บรรยากาศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

2. กฎหมายหลักประกันสุขภาพถ้านหน้าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการรักษาพยาบาลของประชาชน การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ต้องดำเนินการภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

3. ทางเครือข่ายฯ พร้อมที่จะเคลื่อนไหวทุกที่ ทุกเวลา และทุกรูปแบบ จนกว่ากระบวนการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ไม่ชอบธรรมและละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนจะยุติลง

          เครือข่ายฯ ยืนยันในหลักการว่า “ประชาชนต้องมีสิทธิรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย สิทธิในการรักษาพยาบาลเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ที่ต้องถือปฏิบัติและรัฐต้องจัดให้มีสวัสดิการในการรักษาพยาบาลให้กับประชาชน อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม โดยไม่ต้องร้องขอ” และทางเครือข่ายจะเคลื่อนไหวต่อไปจนกว่าคนจะมีสิทธิความเป็นคน

ด้วยจิตคารวะ
14 กรกฎาคม 2560

พิมพ์ อีเมล

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคอีสาน จัดเวทีสังเคราะห์เรื่องร้องเรียน

news khonkaen 161259-01

สองวันกับการสรุปบทเรียน พัฒนาเทคนิคงานรับเรื่องร้องเรียนของภาคอีสานใน 9 จังหวัดมีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด จนถึงเดือนพฤศจิกายน นี้ จำนวน 211 เรื่อง เป็นปัญหาเรื่องบริการบริการสุขภาพมากสุดถึง 55เรื่อง รองลงมาเป็นเรื่องสื่อและโทรคมนาคม 27 เรื่อง อาหารยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ 24 เรื่อง โดยมากกว่า 50% เป็นเรื่องร้องเรียนของจังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ยังวางแผนในการพัฒนาองค์กรผู้บริโภคคุณภาพในภาคอีสาน

news khonkaen 161259-02

 

พิมพ์ อีเมล

ร้องผู้ตรวจฯ สอบ 'กสทช.' ตั้งเสาโทรศัพท์ไม่รับฟังประชาชน

 

telecom post news 

สมาคมผู้บริโภคร้องผู้ตรวจฯ สอบ "กสทช." เหตุตั้งเสาโทรศัพท์ไม่รับฟังความเห็นปชช. ชี้องค์การอนามัยโลกเคยเตือนคลื่นวิทยุเสี่ยงมะเร็ง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยประชาชนใน จ.ขอนแก่น ศรีสะเกษ และจ.นครราชสีมา เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อคัดค้านการตั้งเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคมในเขตชุมชน โดยไม่มีการจัดรับฟังความเห็นของคนในชุมชนตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพราะเกรงผลกระทบจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังล่าช้าต่อการแก้ไขเรื่องร้องเรียน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยมีนายธาวิน อินทร์จำนง รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้รับเรื่อง 

นายปฏิวัติ เฉลิมชาตินายปฏิวัติ เฉลิมชาติ ผู้จัดการสมาคมฯ ระบุว่า สมาคมฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคกรณีการตั้งเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคมในชุมชน ซึ่งยังไม่สามารถยุติปัญหาได้ และร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีความคืบหน้าในการจัดการปัญหา 

โดยมีข้อร้องเรียนได้แก่ ความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ การไม่จัดรับฟังความเห็นของคนในชุมชน การตั้งเสามีกระบวนการทำงานระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสำนักงาน กสทช. ไม่สอดคล้องกัน ความล่าช้าของสำนักงาน กสทช.ในการแก้ไขเรื่องร้องเรียนของประชาชน ไม่สามารถยุติปัญหาได้ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 46 ที่บัญญัติให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน 

และสำนักงาน กสทช.มีการโฆษณาว่า คลื่นวิทยุจากเสาส่งสัญญาณมือถือไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ แต่เมื่อกลางปี ค.ศ.2011 องค์การอนามัยโลกได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 208 ประกาศให้คลื่นวิทยุเป็นสารเสี่ยงมะเร็งในกลุ่ม 2B ดังนั้นจึงถือว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและเป็นเท็จต่อประชาชน

 

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559, 19:48
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/728807

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

พิมพ์ อีเมล

เนื้อหาอื่นๆ...

  • 1
  • 2