2nd benefit

2nd benefit

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคอีสาน สนับสนุนให้มีกฎหมายสภาองค์กรผู้บริโภคแห่งชาติ

 1509528344831
 
   วันนี้ วันพุธที่ ๑ พฤศจิกายน  ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๕.๐๐ น. ทีโรงแรมบ้านเชียง อ.เมือง จ.อุดรธานี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์  และวิธีการจัดตั้งองค์กรที่มีความเป็นอิสระตามมาตรา ๔๖  รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐   ที่ผ่านมาทางคณะยกร่างกฎหมายซึ่งมี สคบ.ทำหน้าที่เป็นเลขานุการได้ทำการยกร่างเสร็จแล้วและกำลังจัดรับฟังในภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ต่อไป  มีผู้เข้าร่วม ประมาณ 315 คน ในวันนี้มีผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชนที่ดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในภาคอีสาน  ๑๔  จังหวัด  จากจังหวัดขอนแก่น  กาฬสินธุ์  ร้อยเอ็ด  เลย  หนองบัวลำภู  หนองคาย  อุดรธานี  สกลนคร  นครพนม  บึงกาฬ  นครราชสีมา  อุบลราชธานี  มุกดาหาร  อำนาจเจริญ   
 
       ทางด้านนายปฏิวัติ  เฉลิมชาติ  ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคอีสานกล่าวว่า  กฎหมายว่าด้วยองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นกฎหมายที่ภาคประชาชนขับเคลื่อนมา ๒๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ที่อยู่ในมาตรา ๕๗ จนมารัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๖๑ และรัฐธรรมนูญปี  ๒๕๖๐ ฉบับปัจจุบันในมาตรา ๔๖ ระบุว่า  สิทธิของผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครอง  และบุคคลย่อมมีสิทธิรวมตัวกันจัดตั้งองค์กรของผู้บริโภคเพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค  และองค์กรของผู้บริโภคมีสิทธิรวมตัวกันจัดตั้งเป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระเพื่อให้เกิดพลังในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค  โดยได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากรัฐให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ  ทางภาคประชาชนโดยคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค  ภาคประชาชน (คอบช.) ได้ยกร่างกฎหมายโดยใช้ชื่อพระราชบัญญัติสภาองค์กรผู้บริโภคแห่งชาติใช้ประกอบร่างกฎหมายที่ สคบ.ยกร่างและใช้เป็นฉบับรับฟังความคิดเห็น  ซึ่งมีประเด็นที่ต้องการให้เพิ่มเติมเนื้อหาในการรับฟัง  ดังนี้
๑. ชื่อกฎหมายควรใช้ชื่อ  สภาองค์กรผู้บริโภคแห่งชาติ จะสะท้อนถึงสถานะองค์กรที่เป็นตัวแทนผู้บริโภคในระดับประเทศได้มากกว่าและการสนับสนุนการรวมตัว  รวมพลังของผู้บริโภค
๒.ความเป็นอิสระของการสนับสนุนงบประมาณ   ควรเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้โดยตรงเป็นรายปีจากงบประมาณแผ่นดินประจำปีโดยรัฐบาลนำมาจัดสรรให้เป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับการบริหารงานโดยอิสระของคณะกรรมการและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินงานขององค์การแต่ต้องไม่น้อยกว่าห้าบาทต่อหัวประชากรเพราะการให้เงินอุดหนุนแบบรายหัวประชากร  จะเป็นหลักประกันด้านงบประมาณขั้นต่ำขององค์กรในการดำเนินงานที่เพียงพออย่างเป็นอิสระและยั่งยืนเพื่อการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค
๓. องค์ประกอบของคณะกรรมการจำนวนที่แน่นอนคือ ๑๙ คน และสัดส่วนของคณะกรรมการเขตพื้นที่ที่เป็นตัวแทนของผู้บริโภคมากกว่าสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ ๙ คน, ผู้แทนเขต ๑๐ คน ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้บริโภคทั้งประเทศ 
๔. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ  คือการสนับสนุนการรวมตัวกันของผู้บริโภคในระดับเขตพื้นที่และจังหวัดในรูปแบบต่างๆ  เช่นสภาผู้บริโภคจังหวัด  และอำนาจในการฟ้องคดีแบบกลุ่ม
๕. ควรแก้ไขจากการมีผู้อำนวยการ  เป็นตำแหน่งเลขาธิการ ซึ่งจะฐานะ  บทบาทเหมือนกับเลขาธิการสำนักงาน  สคบ.,เลขาธิการ อย. เป็นต้น
 
       ทางด้านนางสาวสายอรุณ  แก้วมุงคุณ  ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน จ.สกลนคร ให้ความเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า  ควรใช้ชื่อสภาองค์กรผู้บริโภคแห่งชาติ  เป็นชื่อที่สะท้อนถึงตัวแทนองค์กรที่มีการรวมตัวกันให้เกิดพลังของผู้บริโภค , ส่วนประเด็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่ต้องการเพิ่มเติมคือการสนับสนุนการรวมตัวกันขององค์กรผู้บริโภคในระดับเขตพื้นที่  และจังหวัดในรูปแบบต่างๆ เช่นภาผู้บริโภคจังหวัดและอำนาจในการฟ้องคดีแบบกลุ่มได้ 
 
■ นายศตคณ  คนไว  : ศูนย์ข่าวผู้บริโภคภาคอีสาน  รายงาน  

พิมพ์ อีเมล

เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคภาคอีสาน ร่วมกิจกรรมสนับสนุนการแบนสารพิษ

nongbualamphu001

วันนี้ (19 ก.ย.60) หน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นฯ อ.นากลากลาง และเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกิจกรรมรวมพลังสนับสนุนการแบนสารพิษ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ณ ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู

nongbualamphu002

nongbualamphu003

 

 จังหวัดขอนแก่น

khonkaen003

khonkaen002

khonkaen004

 

จังหวัดยโสธร

yasothorn001

yasothorn002

 

จังหวัดมหาสารคาม

mahasarakham001

mahasarakham002

mahasarakham003

mahasarakham004

mahasarakham005

พิมพ์ อีเมล

เครือข่าย ปชช.ชาวกาฬสินธุ์ ยื่นหนังสือถึงนายกฯตู่ วอนยุติกระบวนการแก้ไข ก.ม.บัตรทอง

press pic 18072017-001

วันนี้ (18 ก.ค.60) เวลา 11.10 น. ณ ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน (เครือข่ายผู้หญิง) จ.กาฬสินธุ์ ผู้แทนเครือข่ายเยาวชนและผู้แทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี จ.กาฬสินธุ์ นำโดย นายทรัพย์สุริยา อุทโท ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องขอให้ยุติกระบวนการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีนายมงคล อดทน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์และหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ รับหนังสือพร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเนื้อหาที่ประชาชนจะเสียประโยชน์จากการแก้ไข พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พศ.๒๔๕๔ หรือกฎหมายบัตรทอง


         นายทรัพย์สุริยา อุทโท ผู้แทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า วันนี้ตนเองได้รับมอบหมายจากเครือข่ายให้มายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี กรณีให้ยุติกระบวนการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ติดตามกระบวนการแก้ไขกฎหมายเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน อีกทั้ง 15 ปีที่ผ่านมาของการใช้กฎหมายดังกล่าวประชาชนได้รับประโยชน์โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ยาที่เคยมีปัญหาอุปสรรคการเข้าถึงยาเพราะราคาแพง เมื่อ สปสช.จัดซื้อยาทำให้กลุ่มตนเข้าถึงยา สามารถลดปัญหาโรคแทรกซ้อน การเสียชีวิต เมื่อเนื้อหาการแก้ไขโดยรวมแล้วทำลายเจตนารมณ์ระบบหลักประกันสุขภาพที่คุณหมอสงวน นิตยารัมย์พงศ์ เป็นผู้บุกเบิก เช่น สัดส่วนคณะกรรมการที่เพิ่มกลุ่มผู้แทนผู้ให้บริการมากกว่าผู้แทนภาคประชาชน จะกลายเป็นคณะกรรมการของหน่วยบริการโน้มเอียงที่จะปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตนมากกว่าประโยชน์ของประชาชน

         ส่วนในเรื่องการให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดซื้อยาแทน สปสช.ย่อมมองไม่เห็นหลักประกันว่ากลุ่มผู้ป่วยจะเข้าถึงยาและยาที่ใช้รักษาโรคที่พบไม่บ่อยที่เรียก กันว่ายากำพร้า ยิ่งเคยมีกรณีการทุจริตซื้อยาในกระทรวงสาธารณสุข 1,400 ล้านบาท ยิ่งหมดหวัง หากกระบวนการแก้ไขกฎหมายแย่ยิ่งกว่าเดิม ทางกลุ่มตนพร้อมที่จะเคลื่อนไหวอย่างถึงที่สุดเพราะเป็นเรื่องของชีวิต ย่อมเดิมพันกันด้วยชีวิต นายทรัพย์สุริยากล่าว


         ด้าน นางเยาวรัตน์ ไชยหอม ผู้ทำงานกับกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายบัตร ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบกับคนชนบทเป็นอย่างมาก เพราะดูจากเนื้อหาหลักๆ แล้ว ไม่มีหลักประกันใดๆ ให้ประชาชน เช่น เรื่องของการจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มว่าประชาชนจะต้องร่วมจ่ายมากขึ้น เป็นภาระของประชาชนที่อาจต้องขายทรัพย์สินที่มีอยู่เพื่อนำมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการขาดแคลนหมอที่จะส่งผลให้หมอย้ายไปอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หรือเมืองที่เจริญแล้ว

         ซึ่งหากแก้แล้วแย่จริงๆ ทางเครือข่ายของตนก็พร้อมที่จะเคลื่อนไหวให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องและสืบสานเจตนารมณ์ระบบหลักประกันสุขภาพที่คุณหมอสงวน นิตยารัมย์พงศ์ เป็นผู้ริเริ่มต่อไป นางเยาวรัตน์กล่าว

(นายศตคุณ คนไว : ศูนย์ข่าวผู้บริโภคภาคอีสาน)

พิมพ์ อีเมล

หยุด! แก้ ก.ม.บัตรทอง รัฐต้องคุ้มครองสิทธิพื้นฐานการรักษาพยาบาลของ ปชช.

600714 news2

แถลงการณ์เครือข่ายซาวอีสานซอมเบิ่งบัตรทอง

หยุด ! แก้กฎหมายบัตรทอง รัฐต้องคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานการรักษาพยาบาลของประชาชน

          ตามที่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 37/2559 ตามอำนาจมาตรา 44 ระบุให้มีการแก้ไขการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 และต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ 10/2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้มีการแก้ไข ปรับปรุง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545

          ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายฯ ได้จัดตั้งอนุกรรมการจัดประชาพิจารณ์ 4 ภูมิภาค ซึ่งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปทุกภูมิภาค ภายในระยะเวลาเพียง 21 วัน และกระบวนการจัดทำประชาพิจารณ์ดังกล่าวก็ถูกคัดค้านจากประชาชนทั้งประเทศ เพราะเห็นว่าการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ ไม่มีความชอบธรรมและละเมิดหลักการการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงแสดงออกซึ่งการคัดค้านมีทั้งการวอล์คเอ้าท์ การจัดเวทีคู่ขนาน และการล้มเวทีประชาพิจารณ์ แต่คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายฯ ยังเพิกเฉยความต้องการของประชาชน เดินหน้ากระบวนการรับฟังจนสิ้นสุด เพราะกลุ่มที่ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ มีเจตนาเพื่อล้มหลักการของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประชาชน

          โดยในวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายฯ ได้ประชุมพิจารณาร่างกฎหมาย โดยไม่ได้ฟังเสียงคัดค้านของประชาชนทั่วประเทศ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นจอมปลอม ที่จัดขึ้นเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อแอบอ้างว่ามีการรับฟังเสียงของประชาชาชน ทั้งที่กระบวนการดังกล่าวนั้นไม่มีความยึดโยงกับประชาชน ประชาชนไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

จากกระบวนการแก้ไขกฎหมายที่ไม่ชอบธรรมดังกล่าว ทางเครือข่ายซาวอีสานซอมเบิ่งบัตรทอง จึงมีข้อเรียกร้องและขอประกาศจุดยืน ต่อการ แก้ไข พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดังนี้

1. ให้รัฐบาลยกเลิกการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 และยุติกระบวนการใดๆ ที่จะนำไปสู่การแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ภายใต้บรรยากาศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

2. กฎหมายหลักประกันสุขภาพถ้านหน้าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการรักษาพยาบาลของประชาชน การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ต้องดำเนินการภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

3. ทางเครือข่ายฯ พร้อมที่จะเคลื่อนไหวทุกที่ ทุกเวลา และทุกรูปแบบ จนกว่ากระบวนการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ไม่ชอบธรรมและละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนจะยุติลง

          เครือข่ายฯ ยืนยันในหลักการว่า “ประชาชนต้องมีสิทธิรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย สิทธิในการรักษาพยาบาลเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ที่ต้องถือปฏิบัติและรัฐต้องจัดให้มีสวัสดิการในการรักษาพยาบาลให้กับประชาชน อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม โดยไม่ต้องร้องขอ” และทางเครือข่ายจะเคลื่อนไหวต่อไปจนกว่าคนจะมีสิทธิความเป็นคน

ด้วยจิตคารวะ
14 กรกฎาคม 2560

พิมพ์ อีเมล

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคอีสาน จัดเวทีสังเคราะห์เรื่องร้องเรียน

news khonkaen 161259-01

สองวันกับการสรุปบทเรียน พัฒนาเทคนิคงานรับเรื่องร้องเรียนของภาคอีสานใน 9 จังหวัดมีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด จนถึงเดือนพฤศจิกายน นี้ จำนวน 211 เรื่อง เป็นปัญหาเรื่องบริการบริการสุขภาพมากสุดถึง 55เรื่อง รองลงมาเป็นเรื่องสื่อและโทรคมนาคม 27 เรื่อง อาหารยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ 24 เรื่อง โดยมากกว่า 50% เป็นเรื่องร้องเรียนของจังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ยังวางแผนในการพัฒนาองค์กรผู้บริโภคคุณภาพในภาคอีสาน

news khonkaen 161259-02

 

พิมพ์ อีเมล

เนื้อหาอื่นๆ...

  • 1
  • 2