2nd benefit

2nd benefit

ศาลสั่ง บขส.จ่ายสินไหมทดแทน แก่เหยื่อรถตู้ไฟคลอก 25 ศพรวม 26 ล้าน

611004 news
ศาล จ.จันทบุรี ตัดสินคดีแพ่ง รถตู้โดยสารมรณะไฟไหม้คร่าชีวิต 25 ศพ สั่งให้ บขส.จ่ายค่าสินไหมทดแทนเหยื่อรวม 26 ล้านบาท และยกฟ้องรถตู้โดยสาร ด้านทนายเผยยื่นอุทธรณ์แน่ให้รถตู้รับผิดชอบ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 ต.ค. 61 ศาล จ.จันทบุรี นัดญาติผู้เสียชีวิตจากกรณีรถตู้โดยสารสายจันทบุรี–กทม. หมายเลขทะเบียน 15-1352 กทม. ของ บ.พลอยหยกเกิดอุบัติเหตุหลับใน และตกลงไปในร่องน้ำกลางถนน ก่อนพุ่งประสานกับรถยนต์กระบะที่วิ่งสวนทางมา พื้นที่ ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จนเกิดไฟคลอก และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา

หลังจากที่ทางญาติผู้เสียหายได้ทำเรื่องยื่นฟ้องบริษัทรถตู้ โดยมี นายโสภณ หนูรัตน์ ทนายความอาสา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ผู้ดูแลคดี และโจทก์อีก 11 ราย ยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแก่ญาติผู้เสียชีวิต สำคัญคดีนี้ ทางศาล จ.จันทบุรี ถือว่าเป็นคดีแพ่งเรียกร้องค่าเสียหาย โดยเหตุเกิดอยู่ที่ จ.ชลบุรี แต่บริษัทรถตู้อยู่ที่ จ.จันทบุรี

นายโสภณ กล่าวหลังจากการฟังคำพิพากษาว่า วันนี้ศาลจังหวัดจันทบุรีได้ตัดสินให้จำเลยที่ 3 และจำเลยร่วมที่ 1 และ 2 คือ ทายาทของคนขับ ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ญาติของผู้เสียชีวิต รวมเป็นเงิน 20,780,000 บาท (ยี่สิบล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) รวมทั้งต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิด (2 มกราคม 2560) ส่วนสำคัญ คือ ศาลชั้นต้นได้กรุณากำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษกับโจทก์แต่ละราย รายละ 500,000 บาท เนื่องจากเห็นว่าคนขับรถประมาท เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก รวมทั้งค่าสินไหมทดแทน ได้แก่ ค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าขาดแรงงานในครัวเรือน และค่าทรัพย์สินเสียหายสูญหาย ส่วนจำเลยที่ 1 และ 2 ศาลได้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าจำเลยทั้งสองไม่ใช่นายจ้างหรือตัวการตัวแทนที่ต้องรับผิดร่วมกับคนขับรถตู้คันเกิดเหตุ ซึ่งส่วนนี้ มพบ. จะมีการประชุมคดีเพื่อพิจารณาในการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป

“คำตัดสินในวันนี้ ถือเป็นบรรทัดฐานที่ดีในเรื่องคำพิพากษา เรื่องเกี่ยวกับรถตู้โดยสารสาธารณะ ซึ่งเป็นบทบาทหนึ่งของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภคภาคตะวันออก ในการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ที่เสียหายจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถโดยสาร” นายโสภณกล่าว

นางศศินันท์ สิทธิบุศย์ มารดาของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ กล่าวว่า สาเหตุที่มาฟ้องคดี เนื่องจากหลังการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว บริษัทไม่ได้เข้ามาสนใจดูแล หรือแสดงความรับผิดชอบต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นเลย จึงตัดสินใจฟ้องคดีเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม โดยตลอดระยะเวลาตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงขั้นตอนการพิพากษานั้น รู้สึกว่าใช้ระยะเวลานานมาก แต่เข้าใจว่าขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาตัดสินนั้นต้องใช้ระยะเวลา และพึงพอใจกับคำตัดสินในระดับหนึ่ง

นางเสงี่ยม หินอ่อน มารดาของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ลูกสาวเสียชีวิต การใช้ชีวิตก็ลำบากมากขึ้น เพราะจะต้องเลี้ยงลูกของลูกสาว และในบางวันก็จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยง วันละ 200 บาท เพราะต้องไปทำงานที่สวนยาง ด้วยเหตุนี้ทำให้ตัวเองเข้ามาร่วมฟ้องคดีดังกล่าวกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

“หากลูกสาวอยู่น่าจะมีรายได้มากกว่านี้ แต่พอลูกสาวเสีย เราก็เหมือนจะหมดทุกอย่างไปเลย อีกอย่างแม้ว่าจะผ่านมานานแล้ว แต่ก็ยังคิดถึงเขาอยู่เสมอ เมื่อลูกเขาเข้าไปเห็นรูปของแม่ เขาก็ถามว่าแม่ไปไหน เราก็ได้แค่บอกไปว่า แม่ไปสวรรค์นะ” นางเสงี่ยมกล่าว

นางเสงี่ยม กล่าวอีกว่า หลังจากฟังคำพิพากษาของศาลก็เกิดความรู้สึกว่าเงินชดเชยที่ได้รับมาไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ แต่ก็ยอมรับได้ตามคำสั่งศาล ส่วนเงินที่ได้นี้ก็จะนำไปใช้เป็นเงินเก็บไว้เลี้ยงดูลูกของลูกสาวในอนาคตต่อไป

พิมพ์ อีเมล