2nd benefit

2nd benefit

ผู้ประกันตน บุก ประกันสังคม ทวงถามสิทธิประโยชน์ช่วยเหลือกรณีเสียหายทางการแพทย์ กว่า 2 ปี ไม่คืบหน้า

press 10-11-2560


วันนี้ (10 พ.ย. 2560) เวลา 10.00 น. ชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน ร่วมกับคณะอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ และมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ พร้อมตัวแทนผู้ประกันตนประมาณ 20 คน เข้าพบและยื่นหนังสือต่อ นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าการดำเนินการของ สปส.ตามมาตรา 63 (7) พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 การช่วยเหลือเบื้องต้นในกรณีที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์

        นางสาวสุภัทรา นาคะผิว ประธานอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน กล่าวว่า เดิมนั้นการช่วยเหลือเบื้องต้นในกรณีที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์มีเฉพาะสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทองตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 เท่านั้น ต่อมาเมื่อมีการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม ก็ได้มีการเพิ่มส่วนนี้ให้สิทธิประกันสังคมด้วย โดยเป็นเพิ่มในมาตรา 63 (7) พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าของระบบประกันสังคม

        นางสาวสุภัทรา กล่าวต่อว่า แต่ปรากฎว่า เวลาล่วงเลยมานานกว่า 2 ปีแล้ว จนบัดนี้ สปส.ยังไม่มีการประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น และการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้ผู้ประกันตนรู้สิทธิมากเท่าที่ควร ทำให้ผู้ประกันตนที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางแพทย์เสียสิทธิที่จะการได้รับการช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อน ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ประกันตนเสียสิทธิที่ควรจะได้รับตามกฎหมาย

        “ขอเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน และนอกจากนี้ตัวแทนผู้ประกันตนจะขอหารือกับเลขาธิการประกันสังคมประเด็นการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของผู้ประกันตน กรณีที่สำนักงานประกันสังคมมีแนวคิดจะเก็บเงินสมทบผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่จะมีผลกระทบมากจากแนวคิดนี้คือกลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และจะขยายอายุการรับบำนาญชราภาพจาก 55 ปี เป็น 60 ปี อีกด้วย” นางสาวสุภัทรากล่าว

        ทั้งนี้ นางกรรณิการ์ พฤกษาชาติ ผอ.สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม เป็นผู้รับหนังสือ และรับฟังความเห็นในครั้งนี้

โดยมีข้อสรุปดังนี้

1. ประเด็นการรับสิทธิกรณีได้รับความเสียหายทางการแพทย์ ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 63(7) ที่ประกาศเพิ่มขึ้นช่วง พ.ศ. 2558 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2558 แล้ว ดังนั้น ผู้ประกันตนที่ได้รับความเสียหายจากการใช้บริการทางการแพทย์โดยไม่ใช่เกิดจากพยาธิสภาพ และเป็นผู้ประกันตน สามารถเข้ายื่นขอรับเงินช่วยเหลือได้ที่สำนักงานประกันสังคม และมีผลย้อนหลังไปถึงตุลาคม 2558 เป็นต้นมา โดยใช้มาตรฐานเดียวกันกับสิทธิหลักประกันสุขภาพ ซึ่งร่างประกาศดังกล่าวจะนำเข้าประชุมบอร์ดเพื่อประกาศใช้เป็นทางการในวันที่ 14 พ.ย.60 นี้

2. ประเด็นการขยายเบี้ยชำระตามกรอบระยะเงินเดือน เห็นด้วยกับการขยายเงินเดือน ที่คนได้รับเงินเดือนมากควรสมทบให้มากขึ้น แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงในกลุ่มที่ประกันตนตามมาตรา 39 หากขยับเก็บจากยอดเงิน 4,000 กว่าบาท เป็น 7,000 กว่าบาท จะทำให้ต้องจ่ายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคงจะเกิดผลกระทบเป็นอย่างมากกับกลุ่มดังกล่าว

3. ประเด็นการขยายอายุการรับบำนาญชราภาพจาก 55 ปี เป็น 60 ปี เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข เนื่องจากผู้ประกันตนยังคงทำงานจนอายุมากกว่า 60 ปีอยู่แล้ว อย่างไรอยากให้มีการใช้กฎหมายเดิม ซึ่งไม่ควรตัดสิทธิผู้ประกันตนบางรายที่ไม่พร้อมที่จะทำงานหลังอายุ 55 ปี และควรมีสิทธิได้รับบำนาญเช่นเดิม

 

 

คอบช. ยื่นจดหมายนายกฯตู่ วอนยุติแก้ ก.ม.บัตรทอง ที่ไม่คุ้มครองผู้บริโภค

iccp news banner01


         เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 เวลา 15.00 น. คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน (คอบช.) มีมติในที่ประชุมทำหนังสือเปิดผนึกถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้หยุดกระบวนการแก้ไขกฎหมายบัตรทองที่ไม่คุ้มครองผู้บริโภค บังคับผู้ป่วยร่วมจ่าย ณ หน่วยบริการ ทำลายหลักการระบบหลักประกันสุขภาพฯ


         ผศ.จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ ประธานฯ (คอบช.) กล่าวว่า “ยกตัวอย่างกรณีร้องเรียนของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดหลัง ถูกเรียกเก็บเงินร่วมจ่าย ณ หน่วยบริการสูงถึง 35,000 บาท ซึ่งผู้ป่วยต้องควักจ่ายก่อนถึงจะได้เข้ารับการผ่าตัดหลัง นับเป็นความไม่เท่าเทียมด้านการบริการสาธารณสุข ซึ่งหากเป็นโรคเรื้อรังหรือโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงก็อาจทำให้ครอบครัวเป็นหนี้หรืออาจล้มละลายได้ และการแก้ไขเนื้อหาร่างกฎหมาย ก็ยังไม่ครอบคลุมถึงคนไทยที่รอพิสูจน์สถานะบุคคล คนไทยที่พลัดถิ่นและตกสำรวจ รวมทั้งยังตัดประเด็นเนื้อหาการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนออกไปด้วย”


         ทั้งนี้ โดยการพิจารณาครั้งล่าสุดของคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ. .... ยังมีมติเพิ่มสัดส่วนผู้ให้บริการเข้าไปในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธาณสุขอีกด้วย โดยคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน ได้เสนอข้อคิดเห็นต่อนายกรัฐมนตรี ในประเด็นการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ดังนี้

1. การแก้ไขกฎหมายบัตรทอง จะต้องไม่ทำลายหลักการสำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

2. การแก้ไข เสนอ หรือยกเลิกกฎหมายต้องวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่มอย่างชัดเจน ตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะภาระทางการเงินของครัวเรือน

3. ควรแก้ไขกฎหมายโดยให้ประชาชนได้ประโยชน์ ลดความเหลื่อมล้ำของระบบบัตรทอง ระหว่างสวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม และบัตรทอง โดยรับรองสิทธิประชาชนด้านการบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานเดียวสำหรับทุกคน ผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายสมทบด้านสุขภาพ และนำเงินสมทบส่วนสุขภาพไปเพิ่มในสัดส่วนของบำนาญชราภาพให้ผู้ประกันตนมีความมั่นคงในบั้นปลายชีวิตมากขึ้น

4. ตัดทิ้งการให้อำนาจกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่จะเก็บเงินร่วมจ่าย ณ หน่วยบริการ และสนับสนุนให้เก็บเงินก่อนป่วยในรูปแบบภาษี หรือจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภาษีน้ำตาล หรือภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

5. สนับสนุนให้ระบบบัตรทองสามารถจัดซื้อยาได้เอง ถ้ายังไม่มีทางออกที่ดีกว่าปัจจุบัน

6. ควรสนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรมต่อการกระจายบุคลากรด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ควรมีการแยกเงินเดือนบุคลากร ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาการกระจายบุคลากรที่ไม่เป็นธรรม

7. จัดสมดุลโครงสร้างการบริหารจัดการระบบบัตรทอง โดยเพิ่มสัดส่วนผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้รับบริการ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ และหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียน ตามมาตรา 50(5) เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการทั้งสองคณะมีประสิทธิภาพ


     ทั้งนี้ คอบช.ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ยุติกระบวนการแก้ไขบัตรทอง และเริ่มกระบวนการทำความเข้าใจเนื้อหาการแก้ไข โดยเปิดรับฟังความเห็นและสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย

คลิกที่ลิ้งก์ด้านล่าง เพื่อดาวน์โหลดจดหมายเปิดผนึก