2nd benefit

2nd benefit

เหยื่อทัวร์มรณะ ๑๘ ศพ ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทรถ-บริษัทประกัน

610919 news
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๑.๐๐ น.ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคอีสานและทนายความเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคร่วมกับกลุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุจากรถทัวร์นำเที่ยว จำนวน ๗ ราย ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทรถที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๙.๐๐ น. บนถนนปักธงชัย –นครราชสีมา ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๑๘ ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย ตลอดระยะเวลา ๗ เดือนที่ผ่านมา ผู้ได้รับบาดเจ็บบางส่วนยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาความเสียหายจากบริษัทรถและบริษัทประกันภัย บางรายได้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลจนปัจจุบันยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัย กรณีเสียชีวิตผู้ประกอบการได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยโดยเสนอค่าชดเชยเยียวยาที่ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อราย ทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้


นายลิขิต แจ่มสุวรรณ ผู้ประสบอุบัติเหตุและเป็นหนึ่งใน ๗ ราย ที่ยื่นฟ้องเรียกความเสียหายจากบริษัทรถและบริษัทประกันภัย ได้รับความเสียหายคือหูซ้ายฉีกขาดเย็บ ๘ เข็ม , ศรีษะบวม-แตกและนิ้วชี้ข้างขวาเย็บ ๓ เข็ม นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลปักธงชัย กลับมารักษาตัวที่บ้านเป็นเวลาเกือบ ๒ เดือนถึงสามารถทำงานเป็นปกติซึ่งมีอาชีพซ่อมแอร์รถยนต์และไดนาโม ที่ผ่านมามีการเจรจากับบริษัทประกันและบริษัทรถยนต์ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ จะจ่ายค่าเสียหายให้ ๑๐,๐๐๐ บาท และครั้งที่ ๒ จะจ่ายค่าเสียหายให้ ๒๐,๐๐๐ บาท ตนเห็นว่าค่าเสียหายที่เขาจะจ่ายให้น้อยเกินไปไม่เหมาะสมกับความเสียหายที่ตนได้รับจึงไม่รับ โชคดีที่ทางสมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น เครือข่ายผู้บริโภคภาคอีสานและทนายความได้ลงพื้นที่แจ้งสิทธิและให้ความรู้เรื่องสิทธิของผู้ประสบอุบัติเหตุจากรถโดยสารอีกทั้งมาร่วมเวทีรวมกลุ่มผู้เสียหายเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ตนและผู้ประสบอุบัติเหตุรายอื่นๆ รวมตัวกันเพื่อยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกับบริษัทในวันนี้

ทางด้านนายปฏิวัติ เฉลิมชาติ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคอีสาน กล่าวว่าวันนี้ทางกลุ่มผู้ประสบอุบัติเหตุได้รวมตัวกันและยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทรถบริษัทประกันทั้งหมด ๗ คดี รวมเป็นทุนทรัพย์ในการเรียกร้องความเสียหายทั้งหมดเป็นเงิน ๑๐๐,๗๕๓,๕๖๑ บาท (หนึ่งร้อยล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นสามพันห้าร้อยหกสิบเอ็ดบาทถ้วน ) เมื่อย้อนดูปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทำให้ทราบข้อมูลว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ประกอบการ เพราะไม่นำรถเข้าตรวจสภาพตามรอบที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งไม่ตรวจสอบคัดกรองพนักงานขับรถอย่างเคร่งครัดเพราะต้องรับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสารเกือบ ๕๐ คน
ดังนั้นเพื่อลงโทษผู้ประกอบการที่ไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร เพื่อพัฒนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคและระบบการชดเชยเยียวผู้ประสบเหตุรถโดยสารสาธารณะ มีข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกรมการขนส่งทางบก ,สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ดังนี้
๑. ให้เปิดเผยข้อมูลการจดทะเบียน สถิติอุบัติเหตุหรือการกระทำความผิดของผู้ประกอบการ ผ่านระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคเลือกผู้ประกอบการรถโดยสารเพื่อการเช่าเหมา-ใช้บริการ
๒. กำหนดเส้นทางเสี่ยงอันตรายสำหรับรถสองชั้น โดยพิจารณาจากสภาพถนน ทางโค้งลาดชัน จำนวนการเกิดอุบัติเหตุ และระยะทางไกล
๓. ปรับเพิ่มวงเงินประกันภัยภาคบังคับ กรณีเสียชีวิต จาก ๓๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑ ล้านบาทต่อราย โดยให้แยกเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพออกจากค่ารักษาพยาบาล และเพิ่มวงเงินกรณีรักษาพยาบาลจาก ๘๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อราย ปรับเพิ่มวงเงินประกันภัยสมัครใจ เฉพาะการชดเชยเยียวยาผู้ประสบเหตุในส่วนประกันภัยภาคสมัครใจของรถสองชั้น จาก ๑๐ ล้านบาท เป็น ๓๐ ล้านบาทต่อครั้ง และให้แยกค่ารักษาพยาบาลออกจากค่าซ่อมรถ
๔.ให้มีกองทุนช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุบัติเหตุจากรถโดยสาธารณะ(ภายในปี๒๕๖๒ ) แหล่งที่มา ๑.ค่าปรับจากจราจรทางบก ๒. กองทุนเลขสวย
๕. ยกระดับคนขับรถโดยสารสาธารณะ ให้เป็นวิชาชีพที่น่าเชื่อถือ มีเงินเดือนที่เหมาะสม กำหนดอายุในช่วงวัยที่เหมาะสม โดยผ่านการอบรมพัฒนาทักษะการขับรถ
เมื่อยื่นฟ้องเสร็จทางกลุ่มผู้เสียหายได้แยกย้ายเดินทางกลับบ้านและมาศาลตามวันเวลาที่ศาลนัดพร้อมอีกครั้ง
………………………………………………………………………
■ ศูนย์ข่าวผู้บริโภคภาคอีสาน : รายงาน

พิมพ์ อีเมล